หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:53:58 pm 
เริ่มโดย xcv05s0df1 - กระทู้ล่าสุด โดย xcv05s0df1

ราชพฤกษ์
ภูมิหลังของต้นราชพฤกษ์
   จากอดีตกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมากว่า 50 ปี ทางการมีความอุตสาหะหลายคราวสำหรับในการกำหนดให้มีเครื่องหมายประจำชาติไทย โดยยิ่งไปกว่านั้นการกำหนด ต้นไม้ และ ดอกไม้ ประจำชาติ เริ่มที่กรมป่าไม้ได้ชักชวนให้พลเมืองสนใจต้นราชพฤกษ์หรือคูณมาตั้งแต่ตอนปี พุทธศักราช2494 โดยรัฐบาลลงความเห็นให้ถือวันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันต้นไม้รายปีของชาติ (arbour day) มีการเชิญชวนให้ปลูกต้นไม้ที่มีประโยชน์ชนิดต่างๆมากมายก่ายกอง ในเวลาเดียวกันก็ได้มีการเสนอว่า ต้นราชพฤกษ์ คงจะถือเป็นต้นไม้ประจำชาติ
ราชพฤกษ์
   จนกระทั่งในปี พ.ศ.2506 มีการสัมมนาเพื่อระบุเครื่องหมายต้นไม้และก็สัตว์ประจำชาติเป็นครั้งแรก โดยกรมป่าไม้ได้เสนอให้ ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูณ พืชที่มีความเป็นสิริมงคลที่มีคุณประโยชน์แล้วก็รู้จักกันอย่างมากมายเป็นต้นไม้ประจำชาติ สำหรับสัตว์ประจำชาติก็คือ ช้างเผือก สัตว์ที่มีคุณค่าเกี่ยวกับจารีตประเพณีไทยและประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน การเสนอครั้งนั้นไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ด้วยเหตุนั้นตลอดระยะเวลาก่อนหน้าที่ผ่านมาเครื่องหมายที่บอกถึงความเป็นไทยจึงมีนานัปการ ตั้งแต่สถานที่สำคัญๆ สัตว์ ดอกไม้ ที่คนประเทศไทยรู้จักดีและก็พบเห็นบ่อยมาก เป็นต้นว่า พระปรางค์วัดใกล้รุ่งฯ เรือสุพรรณหงส์ ดอกบัว ดอกมะลิ ดอกพุทธรักษา แมวไทย เช่นเดียวกับ ต้นราชพฤกษ์ และก็ ช้างเผือก ยังคงถูกเชิดชูให้เป็นเครื่องหมายประจำชาติตลอดมา
            ปี พุทธศักราช2530 มีการเกื้อหนุนให้ปลูกต้นราชพฤกษ์อีกครั้ง เพื่อเป็นการสรรเสริญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยมีการผลักดันให้ปลูกต้นราชพฤกษ์ทั่วราชอาณาจักรจำนวน 99,999 ต้น ทุกวันนี้ก็เลยมีต้นราชพฤกษ์อยู่ล้นหลามทั้งประเทศไทย
            บทสรุปเรื่องสัญลักษณ์ประจำชาติดูเหมือนจะยังกำกวม กระทั่งตอนปี พ.ศ.2544 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ได้นำเรื่องดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นกลับมาเสนออีกที และมีผลสรุปเสนอให้มีการกำหนดสัญลักษณ์ประจำชาติ 3 สิ่งเป็น ดอกไม้ สัตว์รวมทั้งสถาปัตยกรรม และการพิเคราะห์ที่ผ่านมาเสนอให้กำหนดดอกไม้ประจำชาติเป็น ดอกราชพฤกษ์ สัตว์ประจำชาติเป็นช้างไทย และก็สถาปัตยกรรมประจำชาติเป็น ศาลาไทย
            เหตุที่เลือก ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติเนื่องจากมีความเหมาะสมในหลายๆด้านหมายถึงเป็นดอกไม้จากต้นไม้ที่ถูกเสนอให้ฯลฯไม้ประจำชาติเมื่อครั้งที่กรมป่าไม้เสนอไว้ ฯลฯไม้ที่แก่ยืน คงทน ปลูกขึ้นเจริญทั่วทุกภาคของประเทศ ฯลฯไม้พื้นบ้านที่รู้จักแพร่หลาย มีชื่อเรียกหลายชื่อแตกต่างกันในแต่ละภาค เป็นต้นว่า ต้นลมแล้ง คูน อ้อดิบ ราชพฤกษ์เป็นพืชที่มีความมงคลใช้ประโยชน์ในพิธีสำคัญๆดังเช่น ลงหลักเมือง ลงเสาฤกษ์ ทำคฑาจอมพลและยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร ในช่วงฤดูร้อนราชพฤกษ์จะมีดอกสะพรั่งทั้งต้น ช่อดอกมีทรงงดงาม สีเหลืองงามเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำประเทศ รวมถึงเป็นสีเดียวกับวันพระราชการเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นอกนั้นความงดงามของช่อดอก และก็ความหมายที่ดียังถูกจำทดลองแบบเสริมแต่งไว้บนอินทรธนูของข้าราชการพลเรือนอีกด้วย
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย
ส่งดอกไม้ประจำชาติไทยเป็นดอกราชพฤกษ์ (Golden shower) หรือ ชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ของ ดอกราชพฤกษ์ คือ Cassia fistula
           ดอกไม้สีเหลืองสวยงามที่มักพบมองเห็นได้ทั่วๆไปตามข้างถนนสายต่างๆคือสีสันของ ดอกราชพฤกษ์ หรือ ดอกคูน ต้นไม้มงคลที่ได้รับการเชิดชูให้เป็น ดอกไม้ประจำชาติไทย ทั้งมั่นใจว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้แล้วจะเสริมให้คนในบ้านทรงเกียรติขั้นชื่อ เสียงมากเพิ่มขึ้นด้วย ยิ่งใกล้ไปสู่เวลาแห่งการเปิดประตูต้อนรับเพื่อนบ้านอาเซียนกันแล้ว ในวันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอนำข้อมูลเกี่ยวกับดอกไม้ประจำชาติไทยอย่าง ดอกราชพฤกษ์ มาให้ทำความรู้จักกันจ้า
ความเป็นมาดอกราชพฤกษ์
           ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน ฯลฯไม้พื้นเมืองของทวีปเอเชียใต้ ตั้งแต่ปากีสถาน อินเดีย พม่า และศรีลังกา โดยนิยมนำมาปลูกกันมากมายในเขตร้อน สามารถเจริญเติบโตได้ดิบได้ดีใน รวมทั้งมีชื่อเสียงในประเทศไทยมาหลายสิบปี โดยมีการเสนอให้ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 แต่ก็ยังไม่ได้ผลสรุปกระจ่าง จนกระทั่งมีการลงนามให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2544

ดอกไม้ประจำชาติไทย
           เนื่องจาก ต้นราชพฤกษ์ ออกดอกสีเหลืองยกช่อ ดูสง่างาม ทั้งยังมีสีตรงกับ สีประจำวันพระราชการบังเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงถูกตั้งชื่อว่าเป็น "ต้นไม้ของในหลวง" และมีการเซ็นชื่อให้ต้นราชพฤกษ์ เป็นเยี่ยมใน 3 เครื่องหมายประจำชาติไทย โดยมี 1. ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย 2. ศาลาไทย เป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติไทย แล้วก็ 3. ดอก[url=http://www.disthai.com/16488365/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C]ราชพฤกษ์[/url] เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย
เหตุผลเลือกเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย

  • เหตุเพราะฯลฯไม้พื้นบ้านที่รู้จักกันอย่างล้นหลาม แล้วก็มีอยู่ทุกภาคของเมืองไทย
  • มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับจารีตประเพณีหลักๆในไทยและเป็นต้นไม้มงคลที่นิยมปลูก
  • ใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น ใช้เป็นยารักษาโรค ทั้งยังคงใช้ลำต้นเป็นเสาเรือนได้ เป็นต้น
  • มีสีเหลืองสวยงาม พุ่มไม้งามเต็มต้น เปรียบเป็นสัญลักษณ์ที่ศาสนาพุทธ
  • มีอายุยืนนาน และก็ทน
ลักษณะทั่วไป
           ฯลฯไม้ขนาดกลาง สูงราว 10-20 เมตร ออกดอกเป็นช่อสีเหลืองสวยงาม แต่ละช่อยาวโดยประมาณ 20-40 ซม. โดยกลีบดอกจะเป็นสีเหลือง 5 กลีบ มีผลยาวประมาณ 30-60 ซม. มีกลิ่นฉุน และมีเม็ดที่เป็นพิษ
การปลูกดอกราชพฤกษ์
           นิยมนำมาปลูกด้วยเม็ด โดยจะมีการเติบโตช้าในตอน 1-3 ปีแรก แต่ว่าต่อไปจะมีการเติบโตเร็วขึ้น และก็ออกดอกตอนอายุโดยประมาณ 4-5 ปี
การดูแลรักษา
           แสง : อยากแสงแดดจัด หรือที่โล่งแจ้ง และเจริญวัยได้ดิบได้ดีในที่โล่งเป็นพิเศษ
           น้ำ : ชอบน้ำน้อย ควรรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง สามารถทนกับสภาพภูมิอากาศร้อนได้ดิบได้ดี
           ดิน : สามารถเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย ดินร่วนคละเคล้าทราย หรือดินเหนียว
           ปุ๋ย : นิยมใส่ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยธรรมชาติ ในอัตรา 2-3 โลต่อต้น แล้วก็ควรให้ปุ๋ยปีละ 3-4 ครั้ง
การขยายพันธุ์
           วิธีเพาะพันธุ์ต้นราชพฤกษ์ที่นิยมหมายถึงการเพาะเม็ด โดยใช้เมล็ดใหม่ๆมาขลิบด้วยกรรไกรตัดเล็บ แม้กระนั้นจำต้องเลือกขลิบรอบๆด้านป้าน เนื่องจากว่าด้านแหลมจะมีต้นอ่อนอยู่ จากนั้นนำไปแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ผ่านวัน จึงค่อยเทน้ำออกให้เหลือปริมาณเพียงพอหล่อเลี้ยงเม็ดได้ แล้วทิ้งไว้อีกคืนก็จะเจอรากงอก และก็สามารถนำลงปลูกได้เลย
ความเชื่อเกี่ยวกับต้นราชพฤกษ์
           มั่นใจว่าฯลฯพืชที่มีความมงคล ที่ควรจะปลูกเอาไว้ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ แล้วก็ถ้าปลูกเอาไว้ในบ้านจะช่วยทำให้มีเกียรติตำแหน่ง ศักดิ์ศรี รวมทั้งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางไสยศาสตร์ โดยใช้ใบทำน้ำพระพุทธมนต์สะเดาะเคราะห์ เพราะเป็นพืชที่มีความเป็นสิริมงคลนาม http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรราชพฤษ์

 2 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:51:16 pm 
เริ่มโดย anonchobpost - กระทู้ล่าสุด โดย anonchobpost
CHAONANG แป้งพัฟเจ้านาง แป้งผสมรองพื้นสูตรพิเศษ ผิวผ่อง หน้าเด้ง คุมมัน กันน้ำ กันเหงื่อ ผิวเป๊ะตลอดวัน
 
CHAONANG Perfect bright UV 2 way powder foundation SPF 20 PA+++
แป้งพัฟเจ้านาง เเป้งผสมรองพื้นสูตรพิเศษ สามารถปรับให้เข้ากับสีผิวได้ เน้นการปกปิด

เกลี่ยง่าย มีคุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนนาน เเละไม่เป็นคราบ สีเเป้งไม่เปลี่ยนไม่หมอง

คล้ำระหว่างวัน ช่วยให้ผิวหน้าคุณฉ่ำวาว เเลดูมีสุขภาพดี

 
แป้งพัฟเจ้านาง ช่วยในการบำรุง ด้วยสารสกัดจากน้ำมันตับปลาฉลาม พร้อมทั้งปกป้องผิวคุณ

จาก
UVA เเละ UVB อันเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย มีค่า SPF 20 PA+++ ผิวหน้า

ของคุณจะผ่องเด้งนานตลอดวัน ด้วยส่วนผสมที่ดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า บวกกับ

เทคโนโลยี Soft Focus ซึ่งช่วยอำพรางริ้วรอย เเละจุดบกพร่องให้เลือนหายไปทันทีที่ใช้

99.98% ของผู้ที่ทดลองใช้ ใช้แล้วไม่แพ้

 
คุณสมบัติของ แป้งพัฟเจ้านาง
 
   - แป้งเจ้านางสูตรพิเศษ ปกปิด เนียน สวย ใส ไร้รอยหมองคล้ำ
 
   - เหมาะสำหรับผิวคนแพ้ง่าย
 
   - ไม่จำเป็นต้องทารองพื้น สวยใสดุจธรรมชาติ
 
   - ผ่อง เด้ง บางเบา ดูดี มีออร่า
 
   - ไม่มัน ไม่เยิ้ม กันน้ำ กันเหงื่อ 100% ผ่านการทดสอบมาแล้ว
 
   - สวยท้าลม ท้าฝน ท้าแดด ไม่ว่าฤดูไหนๆ ก็สวยไร้เทียมทาน
 
   - ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ ดราม่า ร้องให้ ไม่เลอะ ไม่ร่วง ไม่หลุดลอก ไม่ว่ากิจกรรมไหนๆ

ก็ขาดไม่ได้

 
   - ไม่หมองคล้ำระหว่างวัน ตบทีเดียว เอาอยู่
 
   - ติดทนนานตลอดทั้งวัน ทั้งคืน ทั้งตอนเช้า ทั้งตอนตื่น ก็ยังสวย
 
   - เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย
 
5 สารสกัดเด่นในแป้งพัฟเจ้านาง
 
1. SQUALANE นำเข้าจากญี่ปุ่น ให้ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำของผิว ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น

เเละสุขภาพดี ไม่อุดตันผิว ทาแล้วไม่มัน น้ำมันจาก ตับปลาฉลาม มีองค์ประกอบคล้าย

กับน้ำมันในผิวมนุษย์มากที่สุด เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวมัน และผิวเแพ้ง่าย

 
2. Mica นำเข้ามาจาก Merck เยอรมัน ช่วยปกปิดให้ผิวแลดูเนียน ขาว กระจ่างใส

เป็นธรรมชาติ

 
3. Silica ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยปิกปิดจุดบกพร่อง และยังช่วยให้แป้ง

ติดหน้าทนนานขึ้นด้วย

 
4. Titanium Dioxide ช่วยป้องผิวหน้าของคุณจากรังสี UVA และ UVB อันเป็นสาเหตุของ

การเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร มี SPF 20 PA+++ มาตรฐานระดับสากล

 
5. Allantoin ช่วยลดการอักเสบของผิว จากรังสี UV ซ่อมเเซมผิวหนังที่เเพ้ง่าย ให้กลับมา

เรียบเนียน เเลดูสดใส

 
แป้งพัฟเจ้านาง มีให้เลือก 2 เบอร์
 
- เบอร์ 1 สำหรับคนผิวขาว+ขาวเหลือง
 
- เบอร์ 2 สำหรับคนผิวสองสี (มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถปรับให้เข้ากับสีผิวได้)
 
- เบอร์ 3 สำหรับสาวผิวสีแทน สาวผิวเข้ม
 
**สำหรับคนผิวขาวเหลือง สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 เบอร์ ค่ะ**
 
วิธีใช้ แป้งพัฟเจ้านาง มี 2 วิธี ให้เลือก
 
- วิธีที่ 1 สามารถทาแบบแห้ง คือใช้พัฟแตะแป้ง แล้วมาแตะทั่วๆ หน้าเลย ใครที่ผิวดีๆ

ไม่อยากให้แลดูหนามาก ไม่ต้องทารองพื้นก็ได้นะค้ะ อาจจะเเค่ทาเบสปรับสีผิว แล้วตบด้วย

แป้งเบาๆ หรือถ้าใคร มีปัญหาเรื่องผิว ก็ทารองพื้นไปก่อน แล้วตบด้วยแป้งเจ้านางอีกที

ก็จบสวยจร้า หรือจะฉีดน้ำแร่เพื่อความสดชื่น และให้ผิวดูฉ่ำก็ได้นะคะ

 
- วิธีที่ 2 ใช้พัฟจุ่มน้ำ บิดหมาดๆ แล้วแตะแป้ง แล้วตบให้ทั่วหน้า
 
เลขที่จดแจ้ง : 10-1-5880046
 
น้ำหนักสุทธิ 10 กรัม

แหล่งขายส่งเครื่องสำอางราคาถูก Konsuayshopping คนสวยช้อปปิ้งสวย ครบจบที่เดียวแหล่งรวมอาหารเสริมลดน้ำหนัก เครื่องสำอางจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง รับประกันของแท้ 100% ทุกชิ้น





 3 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:49:24 pm 
เริ่มโดย penpaka2tory - กระทู้ล่าสุด โดย penpaka2tory
เงินกู้ บ้านกรวด

https://www.facebook.com/Pueantaeleasing/

หน้า: [1] 2 3 ... 10